บทที่ 12 ไม่ถูกเลือก

ปาริฉัตรเปิดหน้าจอโทรศัพท์ขึ้นมาดูอีกครั้ง ก่อนวางกลับลงข้างโน้ตบุ๊กตามเดิม หลังการประเมินผ่านมาสองวัน บริษัทยังไม่ได้แจ้งผลอย่างเป็นทางการ ธันวาเองก็ไม่ได้ส่งข้อความมาอีก ทั้งที่วันนั้นเขาบอกให้เธอกลับมารอฟังข่าวดี

ไฟล์แบบทดสอบยังเปิดค้างอยู่บนหน้าจอ ปาริฉัตรนำกลับมาแก้ส่วนที่ทำไม่ทันจนเสร็จตั้งแต่เมื่อวาน หากไม่มีเวลากำหนดไว้หนึ่งชั่วโมง งานทั้งหมดก็ไม่ได้ยากเกินความสามารถของเธอ

แต่สิ่งที่บริษัทต้องการรู้ ไม่ใช่ว่าเธอจะทำเสร็จหรือไม่หากได้รับเวลาเพิ่ม พวกเขาต้องการคนที่ทำงานได้ทันทีภายใต้เงื่อนไขเดียวกัน

ปาริฉัตรเลื่อนดูรายละเอียดในไฟล์อีกครั้ง เส้นทางใช้งานที่เธอวางไว้ยังมีข้อดีกว่าแบบของกวินในบางจุด แต่ชื่อไฟล์บางส่วนไม่ตรงกัน รายละเอียดอีกสองแห่งไม่ได้ใส่ และแบบมุมหนึ่งถูกทิ้งว่างเพราะเธอทำไม่ทัน

เธอรู้ว่าตัวเองพลาดตรงไหน แต่ยังอดหวังไม่ได้ว่าคณะประเมินอาจให้ความสำคัญกับแนวคิดมากกว่าความสมบูรณ์ของไฟล์

โทรศัพท์บนโต๊ะสั่นขึ้น ชื่อของธันวาปรากฏอยู่บนหน้าจอ ปาริฉัตรมองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนสูดหายใจแล้วกดรับ

“สวัสดีค่ะพี่ธัน”

“ปลาสะดวกคุยไหม” น้ำเสียงของเขาต่างจากวันประเมิน ไม่มีความมั่นใจเหมือนตอนบอกให้เธอรอฟังข่าวดี ปาริฉัตรลดสายตาลงมองสมุดคำสั่งลัดที่วางอยู่ข้างมือ

“สะดวกค่ะ ผลออกแล้วใช่ไหมคะ” ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง ยิ่งทำให้เธอรู้สึกกังวล

“คณะประเมินเลือกคุณกวิน” นิ้วที่วางอยู่บนขอบสมุดหยุดนิ่ง แม้ปาริฉัตรจะคิดถึงคำตอบนี้มาตลอดสองวัน แต่เมื่อได้ยินจริง ความผิดหวังก็ยังหนักกว่าที่เตรียมใจไว้

“ค่ะ”

“แนวคิดของปลาดีนะ ทุกคนเห็นตรงกันว่าปลามองเรื่องผู้ใช้งานละเอียดกว่า โจทย์ที่เอากลับไปทำก็ได้คะแนนดี โดยเฉพาะเรื่องการแยกเส้นทางกับพื้นที่รอ” ชายหนุ่มหยุดพูดและพยายามหาคำพูดเพื่อปลอบใจอีกฝ่าย

“แต่แบบทดสอบที่บริษัทไม่ครบ ตรงนั้นเป็นส่วนหนึ่ง” ธันวาหยุดอีกครั้ง เหมือนกำลังเลือกคำพูด ก่อนอธิบายต่อ

“ตำแหน่งนี้ต้องเข้าไปรับโครงการต่อทันที ทางทีมไม่มีเวลาสอนโปรแกรมใหม่ตั้งแต่ต้น คุณกวินใช้ระบบเดียวกับบริษัทอยู่แล้ว ทำไฟล์ครบตามเวลา แล้วมีประสบการณ์ประสานงานหน้างานต่อเนื่องมากกว่า”

ปาริฉัตรมองหน้าจอโน้ตบุ๊ก เธอจำได้ว่ากวินตอบคำถามเรื่องการทำงานร่วมกับฝ่ายก่อสร้างได้ทันที ขณะที่เธอต้องคิดทบทวนอยู่หลายครั้ง เพราะงานเก่าของเธอจบลงตั้งแต่ช่วงออกแบบ และหลายเรื่องไม่ได้ถูกนำมาใช้นานแล้ว

“สรุปคือบริษัทต้องการคนที่เริ่มงานได้เลยใช่ไหมคะ”

“ใช่”

“ส่วนปลาต้องใช้เวลาปรับตัว”

“ทีมประเมินมองแบบนั้น” ปาริฉัตรเงียบไป เธอไม่รู้ว่าจะตอบอะไรดี

“ถ้าพี่เป็นคนตัดสินใจคนเดียว พี่อาจเลือกปลานะ”

“ไม่เป็นไรค่ะ”

“พี่เป็นคนชวนปลาเข้ามา แล้วพี่ก็รู้ว่าปลาทำงานได้ ถ้าให้เวลาปรับตัวอีกหน่อย ผลอาจต่างจากนี้”

“แต่คนอื่นไม่ได้รู้จักปลาเหมือนพี่ธัน”

“ใช่ พวกเขาตัดสินจากสิ่งที่เห็นในวันประเมิน”

“ซึ่งก็ควรเป็นแบบนั้นแล้วค่ะ”

ธันวาเงียบไปครู่หนึ่ง ปาริฉัตรนึกถึงสิ่งที่ตัวเองเคยพูดกับพร้อมพัฒน์ หากเธอรับตำแหน่งในบริษัทของสามี ต่อให้ทำงานได้จริง เธอก็คงไม่มีวันแน่ใจว่าคำชมและโอกาสที่ได้รับเกิดจากฝีมือ หรือเกิดเพราะคนตัดสินรู้จักเธอมากกว่าผู้สมัครคนอื่น

ครั้งนี้คำตอบชัดเจนแล้ว เมื่อไม่มีใครยอมเปลี่ยนผลเพราะความสัมพันธ์ส่วนตัว คนที่พร้อมกว่าจึงได้รับเลือก

“พี่เปลี่ยนผลเพราะรู้จักปลาไม่ได้” ธันวาพูดขึ้น

“ปลาเข้าใจค่ะ”

“พี่ขอโทษนะ พี่มั่นใจมากจริงๆ ว่าปลาจะได้”

“ไม่เป็นไรค่ะอย่างน้อยก็ได้ลอง”

“พี่เชื่อจริงๆ ว่าปลามีฝีมือ ไม่ได้พูดส่งๆ แต่พี่มองแค่งานออกแบบของปลา ไม่ได้คิดถึงเรื่องที่ทีมต้องการคนเข้าไปรับงานทันที ถ้ามีตำแหน่งอื่นเปิด พี่จะลองคุยกับฝ่ายบุคคลให้”

“ยังไม่ต้องหรอกค่ะ”

“ปลากลัวว่าจะเหมือนครั้งนี้เหรอ”

“ปลาไม่อยากให้พี่ธันต้องเปิดทางให้ค่ะ ถ้ามีตำแหน่งที่เหมาะ แล้วบริษัทเห็นว่าปลาผ่านเงื่อนไขจริง ค่อยติดต่อมาก็ได้”

“พี่จะให้ทีมส่งรายละเอียดผลประเมินไปให้ เผื่อปลาอยากดู”

“ก็ดีค่ะปลาจะได้ปรับปรุงตัวเอง”

“ได้ เดี๋ยวพี่จัดการให้”

“ขอบคุณค่ะ”

หลังวางสาย ปาริฉัตรยังนั่งอยู่ตรงเดิม โทรศัพท์ถูกวางกลับลงข้างโน้ตบุ๊ก หน้าจอแสดงแบบที่เธอใช้เวลาแก้ต่อหลังการประเมินจนสมบูรณ์ แต่ไฟล์นี้ไม่มีผลกับการตัดสินใจอีกแล้ว

เธอไม่ได้ร้องไห้ และไม่ได้คิดว่าคณะประเมินเลือกผิด

ปาริฉัตรปิดโปรแกรม เก็บสมุดคำสั่งลัดไว้ใต้แฟ้ม ก่อนยกแก้วกาแฟที่วางอยู่ตั้งแต่ช่วงเที่ยงขึ้นมา กาแฟเย็นสนิทและยังเหลือเกือบเต็มแก้ว เธอนำมันเข้าไปเททิ้งในครัว แล้วกลับมานั่งเปิดอีเมลแจ้งผลซึ่งถูกส่งตามหลังมา

กวิน วรเมธา

ชื่อเดียวกับคนที่เธอเห็นตรงหน้าลิฟต์ และเป็นเจ้าของแฟ้มซึ่งมีชื่อบริษัทวัฒนากรณ์อยู่ข้างใน

ช่วงเย็น เสียงรถของพร้อมพัฒน์ดังขึ้นหน้าบ้าน ปาริฉัตรยังนั่งอยู่ในห้องทำงานเมื่อเขาเปิดประตูเข้ามา

สายตาของเขาเลื่อนไปยังโน้ตบุ๊กที่ปิดอยู่ ก่อนมองสมุดกับแฟ้มซึ่งถูกเก็บเรียบร้อยผิดจากหลายวันที่ผ่านมา

“ผลออกแล้วเหรอ”

“ค่ะ”

“ได้ไหม”

“ไม่ได้ค่ะ บริษัทเลือกอีกคน” พร้อมพัฒน์ไม่ได้ตอบทันที เขาวางแฟ้ม Skyline ลงบนโต๊ะอีกฝั่ง ก่อนดึงเก้าอี้ออกมานั่ง

“เพราะอะไร”

“เขาพร้อมเริ่มงานมากกว่าค่ะ ใช้โปรแกรมคล่อง ทำงานครบตามเวลา แล้วก็มีประสบการณ์ประสานงานต่อเนื่อง ส่วนลูกปลายังต้องใช้เวลาปรับตัว” พร้อมพัฒน์ขยับมือเหมือนจะเปิดแฟ้มของตัวเอง แต่สายตายังมองเธออยู่

“อีกคนชื่ออะไร เผื่อพี่รู้จัก” ปาริฉัตรเปิดอีเมลแล้วเลื่อนโทรศัพท์ไปให้เขา 

“กวินเคยอยู่ทีมพัฒนาโครงการของบริษัทพี่”

“ลูกปลาเห็นชื่อบริษัทวัฒนากรณ์ในแฟ้มของเขาวันประเมินค่ะ แต่ไม่รู้ว่าเคยอยู่ฝ่ายไหน”

“เป็นพนักงานสัญญาจ้าง เข้ามาช่วยโครงการโรงแรมทางใต้ประมาณสองปี”

“แล้วทำไมบริษัทไม่ต่อสัญญาคะ”

“โครงการจบ สัญญาก็จบตามเงื่อนไขตั้งแต่แรก”

“ไม่ใช่เพราะทำงานไม่ดีใช่ไหมคะ”

“ไม่ใช่”

“เขาทำงานใช้ได้ ประสานงานกับหลายฝ่ายได้ดี แล้วแก้ปัญหาหน้างานเร็ว ตอนประชุมสรุปโครงการมีชื่ออยู่ในรายงานหลายครั้ง”

“พี่พร้อมจำพนักงานสัญญาจ้างได้ด้วยเหรอคะ”

“ถ้างานผ่านมือพี่แล้วทำดี พี่ก็จำได้”

กวินไม่ได้ถูกเลือกเพราะคณะประเมินมองข้ามความสามารถของเธอ เขาเคยผ่านงานจริงในบริษัทขนาดใหญ่ ทำงานต่อเนื่องมาตลอด และมีประสบการณ์ตรงกับสิ่งที่ตำแหน่งนี้ต้องการ

“เสียใจมากไหม”

“เสียใจค่ะ ลูกปลาคิดว่าตัวเองจะได้”

“ครั้งนี้ไม่ได้ก็สมัครที่อื่นได้”

“ค่ะ” ปาริฉัตรรับโทรศัพท์กลับมาแล้วปิดหน้าจอ พร้อมพัฒน์มองแฟ้มที่เธอเก็บไว้ใต้สมุด เขารู้ว่าในนั้นมีผลงานซึ่งเธอใช้เวลาทำอยู่หลายคืน และรู้ว่าความเงียบของเธอไม่ได้แปลว่าไม่รู้สึกอะไร แต่เขาไม่รู้ว่าควรพูดอย่างไรโดยไม่ทำให้เธอคิดว่าเขากำลังดูถูกความพยายามอีก 

ความเงียบระหว่างทั้งคู่ยาวนานขึ้น ปาริฉัตรมองโน้ตบุ๊กเครื่องเดิม ก่อนถามสิ่งที่ติดอยู่ในใจตั้งแต่ได้รับผล

“ถ้าลูกปลาไม่หยุดไปสามปี วันนี้ผลจะเหมือนเดิมไหมคะ” พร้อมพัฒน์มองเธอ แต่ตอบไม่ได้

บทก่อนหน้า
บทถัดไป